วิธีรับประทานบะหมี่ต่างๆ : จุ่มน้ำ
ทางใต้มีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ข้ามสะพาน ส่วนทางเหนือมีก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กจุ่มน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่มีสองแบบ เส้นหนึ่งบาง เส้นหนึ่งกว้าง เส้นหนึ่งทำจากข้าว เส้นหนึ่งทำจากข้าวสาลี แต่ในวิธีการกินนั้นเหมือนกัน คือแยกเส้นก๋วยเตี๋ยวกับน้ำซุปออกจากกัน เวลาจะกินเส้นก๋วยเตี๋ยวก็จุ่มลงในน้ำซุปก่อนกิน การจุ่มน้ำจึงได้ชื่อนี้มา คนทางเหนือส่วนใหญ่จะกินก๋วยเตี๋ยวน้ำโดยผสมเส้นลงไปในน้ำซุป หรือต้มเส้นกับน้ำซุป หรือผสมเส้นกับน้ำที่ผัดแล้วตักใส่ชามเพื่อรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย การกินบะหมี่.

เนื่องจากบะหมี่จุ่มในน้ำมีขนาดกว้างและยาว มีรูปร่างเหมือนเข็มขัดกางเกง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกินบะหมี่ทั้งเส้นในคำเดียว และบางคนเรียกมันว่า "ครึ่งหนึ่งในชามและอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในท้อง" อันที่จริงนี่ไม่ใช่การพูดเกินจริง เส้นบะหมี่มีความกว้าง 5 เซนติเมตร ยาวเกือบ 1 เมตร โดยทั่วไปคนกิน 3 ถึงขีดจำกัดแล้ว ร้านบะหมี่ส่วนใหญ่จะขายตรงราก

ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยราชวงศ์ถัง มีครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองฉางอาน วันหนึ่งลูกสะใภ้หลี่หวางกำลังทำก๋วยเตี๋ยวกินกันทั้งครอบครัว แต่เพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวเยอะเกินไปจนเขียงไม่สามารถรีดให้เรียบได้ ต้องใช้วิธีดึงและเขย่าเส้นก๋วยเตี๋ยวเอาเอง พอต้มเสร็จก็พบว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวยาวและกว้างเกินไป จึงรีบตักเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ชามแล้วเติมน้ำลงไป ซุปก๋วยเตี๋ยวเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นก๋วยเตี๋ยวติดกัน เมื่อเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปหนึ่งชาม ทุกคนในครอบครัวจะจุ่มก๋วยเตี๋ยวลงในน้ำซุปแล้วกิน เพราะเส้นก๋วยเตี๋ยวมีขนาดใหญ่และนวดเป็นเวลานาน ทำให้เส้นนุ่ม ลื่น และเหนียว ประกอบกับน้ำซุปที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน จึงอร่อยตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง และรสชาติก็ติดตรึงใจไม่รู้จบ จะอร่อยได้อย่างไร วิธีการกินแบบนี้จึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ว่ากันว่าท่านถังไท่จงเองก็เคยลิ้มลองความอร่อยนี้ และได้เขียนตำรา "ก๋วยเตี๋ยวจุ่มน้ำซุป" ไว้ จากรุ่นสู่รุ่น ก๋วยเตี๋ยวจุ่มน้ำซุปจึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมในหมู่ประชาชน และแพร่หลายไปทั่วเขตปกครองกวนจง





